หน้าแรก arrow ห้องความรู้ arrow ทั่วไป arrow การสังเคราะห์แสงของพืช
เมนูหลัก
หน้าแรก
ติดต่อเรา
ค้นหา
ห้องความรู้
วงในไฮโดรฯ
กระดานถาม-ตอบ
เอกสารอ้างอิง
เว็บที่น่าสนใจ
เกมส์คลายเครียด
แผนที่ฟาร์ม

การสังเคราะห์แสงของพืช พิมพ์ ส่งเมล์
เขียนโดย Admin   
Imageการสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis)   เป๊นกระบวนการทางชีวเคมีที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้พืช  สาหร่าย และแบคทีเรียบางชนิดได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์มาปรุงอาหารได้ จะว่าไปแล้ว สิ่งมีชีวิตแทบทั้งหมดล้วนอาศัยพลังงานที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อความเติบโตของตน นับเป็นความสำคัญยิ่งยวดสำหรับสิ่งมีชีวิตในโลก นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการผลิตออกซิเจน ซึ่งมีเป็นองค์ประกอบในสัดส่วนที่มากของบรรยากาศโลกด้วย สิ่งมีชีวิตที่สร้างพลังงานจากกระบวนการสังเคราะห์แสงได้ เรียกว่า "phototrophs"


ความเข้มของแสง
ถ้ามีความเข้มของแสงมาก อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังกราฟ อุณหภูมิกับความเข้มของแสง มีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงร่วมกัน คือ ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ความเข้มของแสงน้อยจะไม่ทำให้อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงเพิ่มขึ้น อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขีดหนึ่งแล้วอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะลดต่ำลงตามอุณหภูมิและความเข้มของแสงที่เพิ่มขึ้น
โดยปกติ ถ้าไม่คิดถึงปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชส่วนใหญ่จะเพิ่มมากขึ้น เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นในช่วง 0-35 °C หรือ 0-40 °C ถ้าอุณหภูมิสูงกว่านี้ อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะลดลง ทั้งนี้เนื่องจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นปฏิกิริยาที่มีเอนไซม์ควบคุม และการทำงานของเอนไซม์ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ดังนั้น เรื่องของอุณหภูมิจึงมีความสัมพันธ์กับอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง เรียกปฏิกิริยาเคมีที่มีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิว่า ปฏิกิริยาเทอร์โมเคมิคัล ถ้าความเข้มของแสงน้อยมาก จนทำให้การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชเกิดขึ้นน้อยกว่ากระบวนการหายใจ น้ำตาลถูกใช้หมดไป พืชจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความเข้มของแสงเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น (คุณภาพ) ของแสง และช่วงเวลาที่ได้รับ เช่น ถ้าพืชได้รับแสงนานจะมีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงดีขึ้น แต่ถ้าพืชได้แสงที่มีความเข้มมากๆ ในเวลานานเกินไป จะทำให้กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงชะงัก หรือหยุดลงได้ทั้งนี้เพราะคลอโรฟิลล์ถูกกระตุ้นมากเกินไป ออกซิเจนที่เกิดขึ้นแทนที่จะออกสู่บรรยากาศภายนอก พืชกลับนำไปออกซิไดส์ส่วนประกอบและสารอาหารต่างๆภายในเซลล์ รวมทั้งคลอฟิลล์ทำให้สีของคลอโรฟิลล์จางลง ประสิทธิภาพของคลอโรฟิลล์และเอนไซม์เสื่อมลง ทำให้การสร้างน้ำตาลลดลง

Image

ความเข้มข้นของ
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

ถ้าความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นจากระดับปกติที่มีในอากาศ อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย จนถึงระดับหนึ่งถึงแม้ว่าความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์จะสูงขึ้น แต่อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงไม่ได้สูงขึ้นตามไปด้วย และถ้าหากว่าพืชได้รับคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มีความเข้มข้นสูงกว่าระดับน้ำแล้วเป็นเวลานานๆ จะมีผลทำให้อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงลดต่ำลงได้ ดังกราฟ
คาร์บอนไดออกไซด์จะมีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับปัจจัยอย่างอื่นด้วย เช่น ความเข้มข้นสูงขึ้น แต่ความเข้มของแสงน้อย และอุณหภูมิของอากาศก็ต่ำ กรณีเช่นนี้ อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะลดต่ำลงตามไปด้วย ในทางตรงกันข้าม ถ้าคาร์บอนไดออกไซด์มีความเข้มข้นสูงขึ้น ความเข้มของแสงและอุณหภูมิของอากาศก็เพิ่มขึ้น กรณีเช่นนี้อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
นักชีววิทยาจึงมักเลี้ยงพืชบางชนิดไว้ในเรือนกระจกที่แสงผ่านเข้าได้มากๆ แล้วให้ คาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งมีผลทำให้พืชมีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเพิ่มมากขึ้น อาหารเกิดมากขึ้น จึงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ออกดอกออกผลเร็ว และออกดอกออกผลนอกฤดูกาลก็ได้


อุณหภูมิ
อุณหภูมิ เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช โดยทั่วไปอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น 10-35 °C ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นกว่านี้อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะลดต่ำลงตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงที่อุณหภูมิสูงๆ ยังขึ้นอยู่กับเวลาอีกปัจจัยหนึ่งด้วย กล่าวคือ ถ้าอุณหภูมิสูงคงที่ เช่น ที่ 40 °C อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะลดลงตามระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะเอนไซม์ทำงานได้ดีในช่วงอุณหภูมืพอเหมาะ ถ้าสูงเกิน 40 °C เอนไซม์จะเสื่อมสภาพทำให้การทำงานของเอนไซม์ชะงักลง ดังนั้นอุณหภูมิจึงมีความสัมพันธ์ต่อการสังเคราะห์แสงด้วย เรียกปฏิกิริยาเคมีที่มีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิว่า ปฏิกิริยาเทอร์มอเคมิคอล (Thermochemical reaction)


ออกซิเจน
ตามปกติในอากาศจะมีปริมาณของอออกซิเจน (O2) ประมาณ 25% ซึ่งมักคงที่อยู่แล้ว จึงไม่ค่อยมีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง แต่ถ้าปริมาณออกซิเจนลดลงจะมีผลทำให้อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงสูงขึ้น แต่ถ้ามีมากเกินไปจะทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ของสารต่างๆ ภายในเซลล์ โดยเป็นผลจากพลังงานแสง (Photorespiration) รุนแรงขึ้น การสังเคราะห์ด้วยแสงจึงลดลง



เกลือแร่
ธาตุ
แมกนีเซียม (Mg), และไนโตรเจน (N) ของเกลือในดิน มีความสำคัญต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง เพราะธาตุดังกล่าวเป็นองค์ประกอบอยู่ในโมเลกุลของคลอโรฟิลล์ ดังนั้น ถ้าในดินขาดธาตุทั้งสอง พืชก็จะขาดคลอโรฟิลล์ ทำให้การสังเคราะห์ด้วยแสงลดลงด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าเหล็ก (Fe) จำเป็นต่อการสร้างคลอโรฟิลล์ และสารไซโตโครม (ตัวรับและถ่ายทอดอิเล็กตรอน) ถ้าไม่มีธาตุเหล็กในดินเพียงพอ การสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้


สมการเคมีในการสังเคราะห์แสงเป็นดังนี้
สรุปสมการเคมีในการการสังเคราะห์แสงของพืชสีเขียวเป็นดังนี้ :
nCO2 + 2nH2O + พลังงานแสง → (CH2O)n + nO2 + nH2O
เฮกโซส น้ำตาล และ แป้ง เป็นผลผลิตขั้นต้นดังสมการดังต่อไปนี้:
6CO2 + 12H2O + พลังงานแสง → C6H12O6 + 6O2 + 6H2O



การสังเคราะห์ด้วยแสง
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


ความคิดเห็น
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-02-06 12:33:55
ดีมากเลยจ้า ให้ความรู้ได้ดี เพราะต้องการหาข้อมูลพอดีเลยค่ะ :grin
ทรายเองจ้า
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-02-06 12:36:22
ขอให้ทำและหาความรู้มาให้เยอะๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ :eek :p
ถามหน่อย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-02-19 11:03:18
:) อยากรู้ความแตกต่างของปฏิกิริยาของการสังเคราะห์แสง 
ดีมากครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-02-19 21:04:14
:eek ดีมากเลยเรากำลังใช่ไปเป็นรายงานซะเลยคิคิ :p
การสังเคราะห์แสงของพืช
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-02-23 11:52:47
:grin [B]null[/B]ข้อมูลดีจริงๆ 
มีสาระดี
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-02-27 17:20:08
ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 
989*859+
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-09-25 08:53:44
65897เดก้ดนยาอแส่เ มใทรดเดเร 85'l,opjuiguguig bjbvytcfน้าสแอแปส้อ
ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-03-23 23:51:56
ขอบคุณมากเลยค่ะ สำหรับสมการด้านบน
ดีมากๆๆๆ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-06-08 11:39:18
ขอบใจครับ
ถามหน่อย
เขียนโดย ทิน เปิด 2008-06-14 19:04:29
ที่สวนหน้าฝนแสงแดดไม่มีเลยถ้าหากจะใช้หลอดไฟช่วยควรใช้หลอดชนิ ดไหนดีหลอดไส้หลอดตะเกียบ
m
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-06-22 11:28:05
กำลังหาข้อมูลนี้พอดีเลย :) :grin :zzz
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-06-22 13:24:58
:) :grin ;) 8) :p :sigh :zzz :upset :upset :upset :upset :upset :upset :upset :upset :upset :upset :upset :upset :upset :upset :upset :upset :eek :roll :? :cry :( :x :x :x :x :x :x :x :x :x :x :x :? :? :? :? :? :?
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-06-22 13:26:06
ขอบคุนนะกำลังต้องการ555+ของดีมีครั้งเดียว :grin :grin :grin
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-06-22 13:26:59
:upset :x :? :cry :sigh :p :eek :upset :upset
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-06-30 20:13:22
มีสาระดีมากค่ะ :p ;) ;) :eek :roll
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-07-07 11:59:10
:roll :grin :grin :upset 555 สวัสดีเจ้า
1223415
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-07-07 11:59:43
:zzz :? :sigh [B]null[/B] :sigh :x :cry :upset :) :grin
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-07-07 12:04:38
สว้สดีค่ะ :? :eek :roll :) :grin
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-07-07 12:07:05
คุณชื่ออะไรค่ะอยากรู้จักจังเลย :p :eek :upset :zzz :sigh :x :( :cry :? :grin :) 8) :p
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-07-07 12:07:57
:roll :roll :upset 8) :p 8) 8)  
ผู้เขียนมีสาระมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ 
ฟาง :sigh :sigh
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2008-07-07 12:09:14
ออเหรอชื่อน่ารักจังเลยคะคุณฟาง :) :grin

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Search

News Flash





Hide this side bar