นอกเหนือจากเรื่องของอุณหภูมิภายนอก ที่มีบทบาทต่อการเติบโตของพืชแล้ว อุณหภูมิของสารละลายก็มีผลอย่างมากต่อพืชเช่นกัน ซึ่งนอกจากจะมีผลต่อการละลายตัวของออกซิเจนแล้ว ยังมีผลต่ออัตราการดูดธาตุอาหารขึ้นไปใช้ด้วย มีงานวิจัยหลายชิ้นที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ
จากการทดลองหลายแห่งพบว่า สารละลายที่มีอุณหภูมิ 28 องศา C จะให้การเจริญเติบโต และการดูดสารละลายขึ้นไปใช้ได้สูงสุด
รากพืชที่ปลูกในสารละลายอุณหภูมิ 14 องศา C จะให้รากแขนงที่สั้นและหนากว่าการปลูกในอุณหภูมิ 22 องศา C ซึ่งจะมีรากสีขาว และมีรากฝอยและรากขนอ่อนจำนวนมาก นอกจากนี้ การปลูกใน 14 องศา C จะทำให้พืชแสดงอาการขาด ธาตุเหล็ก แคลเซียม และแมงกานีส
ผลผลิตของมะเขือเทศที่ปลูกในสารละลายอุณหภูมิ 28 องศา C จะสูงถึง 190 % ของที่ 14 องศาC และ70 % ของพืชที่ปลูกในอุณหภูมิ 18 องศา C โดยจะให้จำนวนผลมาก และมีขนาดใหญ่
รักษาอุณหภูมิน้ำให้อยู่ในระดับ 20 – 25 องศา C จากการทดลองของ Park และคณะ ( 1995 )ซึ่งปลูกพืชในสารละลาย โดยใช้ผักกาดกวางตุ้ง สลัดบัตเตอร์ ได้ศึกษาความสามารถในการดูดน้ำ ธาตุอาหารฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมงกานีส ในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน คือ 15, 20 และ 25 องศา C พบว่า - อัตราการดูดน้ำของพืช จะเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มของอุณหภูมิ และที่อุณหภูมิ 15 องศา C พืชไม่สามารถดูดน้ำขึ้นไปใช้ในปริมาณที่พอเพียง สำหรับการเจริญเติบโต
- ส่วนอัตราการดูดธาตุอาหารขึ้นไปใช้ จะต่ำสุดในอุณหภูมิ 25 องศาC
- สรุปผลการทดลอง พบว่า อุณหภูมิ 20 องศา C จะเหมาะสำหรับการปลูกพืชใบในสารละลาย การทดลงที่ประเทศอังกฤษ (An.1978) รายงานว่า การรักษาอุณหภูมิในสารละลายสูงกว่า 22 องศา C รากจะมีสีขาว มีรากฝอยมาก อุณหภูมิ 28 องศา C จะให้ผลผลิตสูงกว่า 18 และ 14 องศา C ( 70% และ 190% ตามลำดับ)
ที่มา : เอกสาร รศ.นิพนธ์ ไชยมงคล เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้ กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก Powered by AkoComment 2.0! |